การดูแลสุขภาพเด็กพิเศษ

ปัญหาสุขภาพที่พบในเด็กออทิสติกแบ่งเป็น 2 ประเภท
   1.ปัญหาสุขภาพทั่วไป
   2.ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิสติก

 ปัญหาสุขภาพทั่วไป
   เด็กออทิสติกมีอาการเจ็บป่วยได้เหมือนเด็กปกติ เช่น เป็นไข้ หวัดหรือภูมิแพ้ในการดูแลเมื่อเด็กเจ็บป่วยจะมีความยากลำบากบางประการ ที่สำคัญคือ การที่เด็กไม่สามารถบอกกล่าวถึงความไม่สบายที่เกิดขึ้นในร่างกายของตนได้อย่างชัดเจนเพียงพอ เช่น เมื่อเด็กมีอาการอ่อนเพลียหรือเจ็บปวดก็บอกไม่ได้หากผู้ปกครองไม่ได้สังเกตหรือไม่สงสัยก็อาจมองข้ามอาการดังกล่าวไปและทำให้เด็กไม่ได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ปัญหาอีกประการหนึ่งคืออาการไข้  เด็กออทิสติกมักทนต่ออาการไข้ได้ดีแม้จะไข้สูงแต่เด็กก็อาจไม่แสดงอาการป่วยมากเหมือนเด็กปกติ ดังนั้นผู้ปกครองอาจไม่ได้คิดว่าเด็กมีปัญหาใดๆหรือคิดว่าปัญหาคงไม่รุนแรง ทำให้ไม่ได้การดูแลรักษาที่ถูกต้องเนื่องจากเด็กสื่อสารได้ไม่ดี เราจึงต้องสังเกตความเจ็บป่วยจากพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาทดังนั้นคุณจึงควรสงสัยว่าเด็กอาจไม่สบายหากพบว่ามีอาการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมดังต่อไปนี้
     - ร้องเสียงดังโดยหาสาเหตุไม่ได้  
     - มีอารมณ์เสีย
     - หงุดหงิด
     - อาละวาด 
     - มีพฤติกรรมวุ่นวาย
   ทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณบอกว่าเด็กมีปัญหาทางด้านร่างกายไม่ว่าจะเป็น ปวดหัว ปวดหูหรือปวดท้อง

ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและอาจทำให้พฤติกรรมของเด็กแย่ลง ได้แก่
    สุขภาพฟัน
    เด็กออทิสติกจะมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟันมากกว่าเด็กทั่วไปด้วยสาเหตุหลายอย่างคือมีพฤติกรรมแปลกๆเช่น กัดฟัน เอาของสกปรกเข้าปาก หรือกัดของบางอย่างจนอาจทำให้ฟันมีปัญหามีนิสัยการกินที่ไม่ค่อยดี เช่น กินอาหารซ้ำๆรวมทั้งการแปรงฟันไม่สะอาดมีปัญหาในรูปร่างและโครงสร้างของฟัน ทำให้มีเศษอาหารติดค้างและทำความสะอาดยากยาบางอย่าง เช่น ยากันชักกลุ่ม Dilantin อาจทำให้เหงือกโตและอักเสบได้ปัญหาจะยิ่งมากขึ้นหากชอบใช้ขนมเป็นรางวัลเวลาฝึกพฤติกรรม เพราะจะทำให้ฟันผุได้ง่าย
    การดูแล เนื่องจากเด็กออทิสติกไม่ค่อยกล้าเข้าหาคนแปลกหน้า ดังนั้นการพบทันตแพทย์เป็นระยะๆจะช่วยสร้างความคุ้นเคยความไว้วางใจทั้งในตัวทันตแพทย์และห้องตรวจรวมทั้งเครื่องมือต่างๆ
   หูอักเสบ
    การติดเชื้อในหูชั้นกลางมักมีสาเหตุจากโรคหวัดเนื่องจากเด็กมักเป็นหวัดบ่อย อาการหูชั้นกลางอักเสบพบได้บ่อย หากหูอักเสบเด็กจะมีปัญหมากขึ้น เช่น หงุดหงิดเพราะปวด นอกจากนี้การสื่อสารจะแย่ลงเพราะการได้ยินอาจมีปัญหา
    การดูแล ถ้าเด็กเป็น

การดูแลสุขภาพวัยรุ่น

posted on 16 Aug 2009 13:37 by jirawan-niblue  in knowlege

 

การส่งเสริมสุขภาพของวัยรุ่นและการดูแล


วัยรุ่นต้องการการดูแลที่เฉพาะจากครอบครัว โรงเรียนและบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
บริการที่จำเป็นต่อความต้องการของวัยรุ่น คือ
ก. การให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพการเจริญพันธุ์ ทั้งจากครอบครัวและในโรงเรียน
ข. การให้คำปรึกษาแนะแนว เด็กต้องการคำแนะนำตามลักษณะปัญหา
ค. บริการเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว เพื่อให้เด็กได้ปลอดภัยจากการติดโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ง.บริการตรวจสุขภาพ ตามปัญหาที่พบบ่อยในวัยนี้
   ปัญหาอายุรกรรมทั่วไป
   ปัญหาทางนรีเวชกรรม
   ปัญหาเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
   ปัญหาการตั้งครรภ์
   ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมเบี่ยงเบนต่างๆ
จ. บริการทางสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ที่จำเป็น เช่น บ้านพักฟื้น การฝึกอาชีพ ฯลฯ
ฉ. มาตรการทางกฎหมาย เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและเยาวชน จากการเอารัดเอาเปรียบของผู้มีอิทธิพลในสังคม

 

การดูแลสุขภาพจิต

posted on 16 Aug 2009 13:37 by jirawan-niblue  in knowlege

 

 

การดูแลสุขภาพจิต
เทคนิคที่จะทำให้สุขภาพจิตดีมีมากมาย วิธีหนึ่งคนนึง
ใช้ได้ผลแต่อีกคนหนึ่งใช้ไม่ได้ก็ต้องเลือกเอาเองว่าจะใช้วิธีใดใช้แล้วดี

อย่าหัดเป็นคนช่างคิด
มีอะไรก็คิดมากไปหมดแล้วหมกมุ่นเกินเหตุอย่างนี้จะนำไปสู่ความเครียดเปล่า ๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนอกจากความทุกข์
และสุขภาพจิตเสียแก่เร็ว แต่ไม่ใช่ทำอะไรโดยไม่คิดนะ คนละอย่าง

ไม่ตั้งความหวังไว้สูง ๆ
ทำอะไรต้องดี ทำอะไรต้องสำเร็จ ทำอะไรต้องได้ดั่งใจอย่างนี้ไม่ดีเลยต่อตัวเอง
เพราะสุขภาพจิตเสื่อมเปล่า ๆควรตั้งความหวังไว้แต่ไม่ใช่จริงจังนัก หวังโดย
มีสติดูสภาพความเป็นไปได้ เช่น ตั้งใจมีเงินพอใช้สบาย ๆ ตั้งใจเรียนให้จบปริญญา
ถ้าทำได้ ไม่ใช่ตั้งใจเป็นนางสาวไทย เป็นพระเอกหนังทั้ง ๆ ที่หน้าตาอย่าง
กับปิศาจอย่างนี้เรียกว่าตั้งความหวังโดยขาดสติ หากไม่ตั้งความหวังเลย
ชีวิตก็จะล่องลอยไร้เป้าหมายก็จะทุกข์ใจอีกแต่จะทุกข์ตอนอายุมากเพราะเริ่มลำบาก
ยากจน ดังนั้น ทุกคนควรมีความหวังแต่อย่าหวังอะไรจนเกินพอดีก็จะทุกข์ใจได้

มองโลกในแง่ดีเสมอ
เช่น ถูกเอาเปรียบ รังแก กลั่นแกล้ง ก็ให้คิดเสียว่าเป็นธรรมดาของสัตว์โลก
ยังทุกข์ใจเข้าไปอีก มองในสิ่งดี ของคนอื่นมาก ๆ จะทำให้ชีวิตสดใส เงินไม่พอใช้ก็มอง
ว่าดีเหมือนกันจะได้รู้จักรสชาติของความจน พยายามมองทุกสิ่งใน
โลกนี้ว่าเป็นเรื่องปกติเสียก็สิ้นเรื่อง

หัวเราะบ่อย ๆ
คุยตลก ดูตลก หาการ์ตูนขำขันอ่านบ้าง ทำอะไรก็ได้ ที่มันทำให้หัวเราะ
ว่าหัวเราะทำให้เกิดรอยย่นตรงนั้นตรงนี้ ยิ้มกว้างก็กลัวย่น ทุกวันนี้คนหัวเราะ
ง่ายจะลดลงเรื่อย ๆ เพราะสภาพแวดล้อมไม่ดีมีมากขึ้น

ฝึกนั่งสมาธิ
ปกติที่สามารถช่วยทำให้จิตใจสงบและนิ่ง วันหนึ่ง 10-30 นาทีก็ยังดี