การดูแลสุขภาพผิว

posted on 16 Aug 2009 13:40 by jirawan-niblue in knowlege

 

การดูแลสุขภาพผิว 

รายละเอียดมีดังนี้
    
ครีมถนอมผิว (Moisturizer, Emoillient)
        
* ควรจะทาครีมหรือโลชั่นทุกครั้งหลังจากอาบน้ำ
        * ไนท์ครีม น่าจะทาหน้าก่อนนอนเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าท่านชอบนอนห้องแอร์
        * ถ้าต้องล้างมือบ่อย ควรทาครีมบำรุงผิวมือบ่อยๆ หลังล้างมือ
        * ส่วนจะใช้ยี่ห้อไหนดีใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงมาก
    
ครีมกันแดด (Sunscreen)
        
* ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 11.00-15.00 น. เพราะแสงแดดช่วงเวลานี้ จะมีรังสีอัลตราไวโอเลตสูงมาก
        * ควรสวมหมวกใบใหญ่ ปีกกว้าง ถือร่ม ใส่เสื้อแขนยาวใส่แว่นตากันแดด ถ้าท่านต้องตากแดดเป็นประจำ
        * ทายากันแดดที่มี SPF มากกว่า 15 ขึ้นไป

    
รีมที่ทำให้หน้าขาว (Whitening cream)
        
* กลุ่ม BHA
        * กลุ่มกรดวิตามินเอ (Retinoic acid)
        * กลุ่มกรดอะเซเลอิค (Azeleic acid)
        * กลุ่มอื่นๆ เช่น วิตามินซี กรดโคจิค สารสกัดมัลเบอร์รี่

       หลีกเลี่ยงน้ำร้อน
        
* หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน อาบน้ำอุ่นนานๆ
        * หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นบ่อยๆ
        * อย่าอบไอน้ำ อบตัวด้วยความร้อน อบเซาว์น่า บ่อยๆจนเกินไปหรือนานเกินไป

   

การดูแลสุขภาพร่างกาย

posted on 16 Aug 2009 13:40 by jirawan-niblue in knowlege

 

การดูแลสุขภาพร่างกาย

สุขบัญญัติ 6 ประการเพื่อสุขภาพดี
การมีสุขภาพดีจะต้องอาศัยการดูแลตนเอง โดยการประพฤติปฏิบัติตามแนวทางที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
สุขบัญญัติ 6 ประการเพื่อสุขภาพดี ซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้
 สุขบัญญัติข้อที่ 1 คือ การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์พอดี
 สุขบัญญัติข้อที่ 2 คือ การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
 สุขบัญญัติข้อที่ 3 คือ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
 สุขบัญญัติข้อที่ 4 คือ หลีกเลี่ยงการบริโภคสารที่อันตรายต่อร่างกาย
 สุขบัญญัติข้อที่ 5 คือ รู้จักบริหารจัดการกับความวิตกกังวลและการพักผ่อนที่เพียงพอ
 สุขบัญญัติข้อที่ 6 คือ การตรวจเช็คร่างกายตามระยะเวลาที่เหมาะสม
หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะสามารถปฏิบัติตามได้นะคะ คงจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง เกินขีดความสามารถของท่านไปได้
 

การดูแลสุขภาพในช่องปาก

posted on 16 Aug 2009 13:39 by jirawan-niblue in knowlege

การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง   

 

กลิ่นปาก
กลิ่นปากเป็นได้กับทุกวัย แต่จะเป็นปัญหามากในวัยรุ่น เนื่องจากเป็นระยะที่กำลังสนใจเพศตรงข้าม รักสวยรักงาม จึงมีความกังวลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ

สาเหตุที่เกิดจากภายในช่องปาก
อาจเกิดเพราะโรคฟันผุ โรคเหงือก ฝ้าขาวบนลิ้น และแผลในช่องปาก เราสามารถตรวจได้ด้วยตนเองว่า มีกลิ่นปากหรือไม่ โดยใช้มือป้องกันปากเอาไว้ แล้วเป่าลมออกจากปาก สูดลมเข้าทางจมูก

กลิ่นปากจากแผลในช่องปาก
ภายหลังจากการถอนฟัน หรือเป็นแผลในช่องปากชนิดอื่น เช่น แผลกัดกระพุ้งแก้ม ลิ้น หรือริมฝีปาก ตลอดจนแผลจากฟันปลอมกดทับ ผู้ที่มีแผลในช่องปากมักจะละเลย ไม่ทำความสะอาดปาก และฟัน ทำให้คราบจุลินทรีย์ หรือเชื้อโรคที่ตกค้างอยู่บริเวณโคนฟัน ซอกฟัน บนลิ้น ใต้ฟันปลอม เกิดการบูดเน่า มีกลิ่นเหม็นได้ ในขณะที่มีแผลในปาก ไม่ควรละเลยการทำความสะอาดในช่องปาก เพราะนอกจากจะไม่เกิดกลิ่นน่ารังเกียจแล้ว ยังทำให้แผลในปากหายเร็วขึ้นอีกด้วย

การป้องกันกลิ่นปาก ที่มีสาเหตุจากภายในช่องปาก
หมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟัน ไม่ควรใช้ยาบ้วนปาก หรือยาอมเป็นประจำ เพราะยาเหล่านี้ จะระงับกลิ่นปากได้เพียงชั่วคราว และยังมีผลเสียต่อเนื้อเยื่อในช่องปากด้วย
ฝ้าขาวบนลิ้น ควรแก้ไขได้โดยใช้แปรงสีฟัน แปรงฝ้าขาวบนลิ้นออกด้วย ในขณะที่แปรงฟันโดยแปรงเบาๆ จากโคนลิ้นออกมาทางด้านปลายลิ้น 2-3 ครั้ง
โรคฟันผุ
คือ การที่ฟันถูกทำลาย ทำให้เป็นรู หรือโพรง การทำลายนี้จะเป็นไปเรื่อยๆ โดยร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมฟันส่วนที่ทำลายไป ให้กลับเป็นปกติเหมือนเดิมได้

สาเหตุ
สาเหตุของโรคฟันผุ คือ น้ำตาลในอาหารที่เรารับประทาน น้ำตาลจะถูกเชื้อแบคทีเรีย ในแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่ยึดติดบนพื้นผิวฟัน เปลี่ยนเป็นกรดอย่างรวดเร็ว และแผ่นคราบจุลินทรีย์นี้ จะเป็นแหล่งให้เกิดกรด มาสัมผัสกับตัวฟันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทำให้ฟันถูกกัดกร่อน ทำลายเป็นรูผุ

การรักษา
ฟันผุที่ลุกลามผ่านชั้นเคลือบฟันไปถึงชั้นเนื้อฟัน ต้องรักษาโดยการ อุดฟัน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ให้ฟันลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน การรักษาจะยุ่งยากขึ้น คือ ต้องรักษาคลองรากฟันก่อนที่จะอุดฟัน หรือบางครั้งอาจจะต้องถอนฟันออกไป เพราะการผุทำลายฟันไปมาก จนเหลือแต่รากฟัน